
“…มีข้อแม้ว่า ในขณะที่ข้า ทอผ้าอยู่…ท่านจะต้องสัญญาว่า..จะไม่เปิดประตู เข้าไปดูข้างใน อย่างเด็จขาด…” หญิงสาวคาดคั้น ชายหนุ่มให้สัญญา แล้วก็เดินเข้าห้อง ปิดประตู เงียบหายไปสักพัก ก็มีเสียงของกี่ทอผ้า.. ดัง..กะตั้ง…ปัตตั้ง…กะตั้ง..ปัดตั้ง…ก้องเป็นระยะออกมาจากห้อง เสียงกี่ทอผ้า จะดัง อยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ เช้าจนเย็น เสียงจะดัง.ก้องเป็นจังหวะ สม่ำเสมอ…กะตั้ง..ปัตตั้ง..กะตั้ง..ปัตตั้ง…กะตั้ง… ปัตตั้ง……อยู่อย่าง นั้น วันแล้ววันเล่า

และแล้วสามวันต่อมา….เสียงกี่ทอผ้าก็เงียบลง..หญิงสาวเปิดประตูเดินออกมา ในมือถือผ้าที่ทอเสร็จแล้ว.. ท่าทางนางดูจะเหมือนอ่อนเพลียมาก ชายหนุ่มจึงทักนางว่า”..เจ้าคงเหนื่อยมาก..” หญิงสาวสั่นหน้าแล้วยิ้ม ให้กับชายหนุ่มผู้เป็นสามี “..เอาผ้านี่ไปขายในเมือง นะ ข้าคิดว่าคงจะขายได้ราคางามสมใจเจ้า..” ชายหนุ่ม มองผ้าที่นางส่งให้ มันสวยงามมาก สวยอย่างชนิดที่ไม่มีที่ติตรงไหนเลย ชายหนุ่มตะลึงตะลานกับความ สวยงามของผ้าผืนนั้นปากก็พร่ำบอกขอบคุณนางอยู่ตลอดเวลา .. แล้วชายหนุ่มจึงรีบออกเดินทางไปขายผ้า ผืนนั้นในเมืองทันที

เมื่อชายหนุ่มเดินทางมาถึงในเมืองแล้ว..ก็รีบนำผ้าผืนนั้นออกมาวาง เพื่อเตรียมที่จะขาย..มีผู้คนมากมาย เข้ามารุมดูผ้าผืนนั้น ชายหนุ่มจึงร้องบอกขายผ้าผืนนั้นทันที ” ผ้าที่ทอขึ้นอย่างประณีตสวยงาม…มีใคร ต้องการบ้าง ” แล้วก็เป็นการบังเอิญ อย่างที่สุดเพราะวันนั้น เป็นวันที่ มีญาติของโตโน่ท่านหนึ่งเดินทาง ผ่านมาทางนั้นเข้าพอดี… และก็เป็นการบังเอิญหรือจะเรียกว่าโชคดีอย่างที่สุดของชายหนุ่มก็เป็นได้..เมื่อ ญาติของโตโน่ท่านนั้นมองไปเห็นผ้าผืนนั้นเข้า..ก็ให้เป็นถูกอกถูกใจในความสวยงามของผ้าอย่างสุดที่ จะระงับ ” ตั้งแต่ข้าเกิดมา ยังไม่เคยเห็นผ้าผืนไหนสวยงามถูกใจอย่างนี้มาก่อนเลย” ว่าแล้วเขา..ก็ควักเงิน ให้กับชายหนุ่มมากมาย เพื่อซื้อผ้า ผืนนั้น.. และก่อนจากไปเขายังหันมาพูดกับชายหนุ่มว่า “ถ้าท่านมีผ้าแบบ นี้อีก เอามาขายให้ข้านะอย่าลืม ข้าจะสมนาคุณและให้เงินมากกว่าที่ให้วันนี้อีกเท่าหนึ่ง.. จำไว้นะ มีเมื่อไหร่ เอามาขายให้ข้าอีก”

ชายหนุ่มให้เป็นแสนจะดีใจ ที่ได้เงินมามากอย่างไม่เคยคาดคิดมาก่อนเช่นนั้น จึงรีบเอาเงินที่ได้รับนั้นไปซื้อ สะเบียงอาหาร และของฝากมากมายกลับมาบ้าน…เมื่อมาถึงบ้านชายหนุ่มก็รีบเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใน เมืองและไม่ลืมเล่าเรื่องที่ตนโชคดี ได้พบกับญาติของโตโน่เข้าอย่างบังเอิญ…และได้ขายผ้าผืนนั้นไปได้เงิน มากมาย …ชายหนุ่มเห็นว่าผ้านั้นขายได้ราคาดีจริง ๆก็เกิดความโลภ

และกล่าวขอร้องกับนางว่า “….ญาติของ โตโน่ท่านนั้นท่านถูกใจผ้าที่เจ้าทอมาก….อยากได้อีกเจ้าช่วยทอให้ท่านอีกสักผืน สิ”…..หญิงสาวทนคำอ้อนวอน ของสามี ไม่ได้ ก็จำใจเดินระทวย เข้าไปทอผ้าให้ ตามคำขอร้องของสามีสุดที่รักอีกครั้ง และนางก็ยังหันมา คาดคั้นสั่งกับชายหนุ่มเหมือนกับกลัวเขาลืมอีกว่า ” ท่านอย่าลืมสัญญานะว่า..จะไม่เปิดประตูเข้าไปดูข้างใน อย่างเด็จขาด…”

แล้วเสียงกี่ทอผ้าก็ดัง …กะตั้ง..ปัตตั้ง…กะตั้ง..ปัตตั้ง ดังขึ้นมาอีกวาระ….จากนั้น อีกสามวันต่อมา พอเสียงกี่ กระตุกเงียบลงประตูก็ค่อยๆแง้มเปิดออก หญิงสาวดูร่างกายผอมทรุดโทรมลงไปจนแปลกตา นางเดินระทวย ถือผ้าที่ทอเสร็จออกมามอบให้กับชายหนุ่ม แต่ด้วยความดีใจที่เห็นผ้าและคิดถึงแต่รางวัลที่จะได้รับอย่างเดียวนั้น ชายหนุ่มจึงมิได้ เห็นความทรุดโทรมจนผิดสังเกตของหญิงสาวผู้เป็นภรรยา เขารีบตาลีตาเลือก ฉวยผ้าจาก นางแล้วรีบออกเดินทางไปขายผ้าทันที ญาติของโตโน่เห็นชายหนุ่ม ดั้นด้นเอาผ้ามาให้ ก็ดีอก ดีใจเป็นอย่างมากพร่ำพูดชมแต่ความสวยงาม ของผ้าไม่ขาดปาก…”ทำไมมันถึงได้ สวยงามจนไม่มีที่ติทุกผืน แบบนี้ จะหาที่เปรียบเสมือนไม่มีอีก แล้ว”…

และได้สมนาคุณ มอบเงินให้ชายหนุ่มมากกว่าคราวที่แล้วหลาย เท่าตัวเมื่อชายหนุ่มได้เงินแล้ว และกำลังจะลากลับญาติของโตโน่ก็พูดขึ้นอีกว่า”..ถ้าท่านยังมีทางที่จะหาผ้า อย่างนี้มาได้อีก ก็นึกถึงข้านะ ข้าจะรับซื้อเองทั้งหมด หามาให้ข้าอีก สิ….” ชายหนุ่มยิ่งคิดโลภ เขาจึงรับปาก ออกไปว่า”..แล้วข้าจะรีบหาผ้าผืนไหม่ มาให้ท่าน…”ว่าแล้วก็อำลากลับเขาเดินนึกมาตลอดทางว่า…ถ้าขาย ได้ราคาดีอย่างนี้เรื่อยไปเขาจะต้องสุขสบายและรวยขึ้นมาอย่างแน่นอน

ชายหนุ่มขนเงินมากมายกลับมาบ้าน แต่เพราะความคิดโลภ ได้มามากแล้วก็อยากที่จะได้มากขึ้นไปอีก เขา จึงอ้อนวอนหญิงสาวอีกว่า”..ได้โปรดเถิด ขอข้าอีกครั้งเดียว ข้าให้สัญญากับญาติของโตโน่ไปแล้ว ว่าจะเอา ผ้าไปให้ ข้าขอเป็นครั้งสุดท้าย แล้วข้าจะไม่ขอให้เจ้าทอผ้าให้อีกต่อไป..” หญิงสาว นั้นนางร่างกายทรุดโทรม ลงมากจากการทอผ้าผืนที่สอง แต่นางก็ทนการขอร้องของสามีมิได้ นางนั่งคิด และสุดท้ายก็เอ่ยกับชายหนุ่ม ผู้เป็นสามีว่า “…ข้าจะขึ้นกี่ ถักผ้าให้กับท่านอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย แต่ท่านจะต้องตรงต่อคำสัญญาเหมือนกับทุกๆ ครั้งนะ คือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจะไม่เปิดประตูและเข้าไปดู ในขณะที่ข้าทอผ้าอยู่ เป็นอันขาด..” กล่าวแล้ว หญิงสาวก็เดินอย่างคนหมดแรง หายเข้าไปในห้อง

เสียง..กะตั้ง..ปัตตั้ง…กะตั้ง..ปัตตั้ง…ก็เริ่มดังขึ้นเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ เสียงกี่กระตุก ดังอย่าง อ่อนแรง เหมือนเศร้าโศรกไม่เหมือนกับทุกครั้งที่ได้ยิน ชายหนุ่มให้นึกเป็นห่วง และก็เริ่มคิดสงสัย ว่าทำไมนางจึง คอยห้ามไม่ให้เปิดประตูและดูนะ…และเมื่อ ความสงสัยบังเกิดขึ้น และพร้อมกับความเป็นห่วงหญิงสาวผู้เป็น ภรรยาก็บังเกิดขึ้นมาอีกด้วย เขานั่งฟังเสียกี่กระตุกที่ดังเศร้าศร้อยเหมือนระทมทุกข์นั้นอย่างทุรนทุราย…แล้ว เขาก็มาได้คิดขึ้นได้ว่า…เขาก็ได้เงินมามากแล้ว…และก็มีเงินมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากมาย…แล้วทำไมเข้าจึง จะคิดโลภอีกเล่า…แล้วอยู่ ๆเขาก็เกิดสังหรห์ใจอะไรบางอย่างขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล แล้วทันทีนั้นเขาก็ วิ่งไปที่ห้องที่นางอยู่นั้น…เขาตรงเข้าทุบประตูและตะโกนบอกกับนางว่า ” พอเถอะ…พอแล้ว..ไม่ต้องถัก ผ้าแล้ว…ได้โปรดเถิด ” แต่เสียงกี่กระตุกที่ดังอยู่ไม่ยอมหยุดนั้น…คงดังกลบเสียงของเขาเสียจนหมด

ไม่มีเสียงของหญิงสาวตอบรับออกมาเลย ยังคงมีแต่เสียงกี่นั้นกระตุกดัง..ปะตัง…ปะตัง…อยู่อย่างเดิม อย่างเดียว…ความรู้สึกเป็นห่วงนั้นทวีมากขึ้น ๆจนเขาสุดที่จะระงับใจไว้ได้ และลืมสัญญาที่ ให้ไว้กับ หญิงสาวเสียสนิท ชายหนุ่มค่อยๆแง้มเปิดประตูออกและ เข้าไปข้างใน แล้วชายหนุ่ม ก็ต้องชะงัก ตกใจ สุดขีดกับภาพที่เขาได้เห็น…เพราะข้างในห้องนั้นไม่มีหญิงสาว มีแต่นกกระเรียงสีขาวตัวหนึ่ง ร่างกายผอม มาก และขนตามปีกตามตัวแทบจะไม่มีตัวหนึ่ง กำลังนั่งกระชากกี่กระตุกไป และดึงขนจากปีกของตัวเอง ปักแซมเข้าไปกับตัวผ้าที่อยู่ในกี่นั้นอย่างขมักเขม่น…เขาถึงกับพูดขึ้นด้วยความตกใจว่า ” โอ้..นก… นกกระเรียง ”

เมื่อเสียงตกใจของชายหนุ่มดังขึ้น…เสียงกี่กระตุกก็หยุดลงอย่างกระทันหัน…

นกกระเรียงสีขาวตัวนั้น ก็ค่อย ๆกลับร่างขึ้นกลับมาเป็นหญิงสาวทันที…

นางลุกขึ้นเดินเข้ามาหาชายหนุ่มผู้สามี และร้องให้ คร่ำครวญสะอึก สะอื่นปานจะขาดใจบอกกับเขาว่า “..ฮื่อ ๆๆ..ข้าคือนกกระเรียงตัวที่โดนลูกธนูยิงและ ตกลงมาเอง ข้าได้ท่านช่วยเหลือไว้ ฮื่อๆๆ…จึงไม่ต้องตายไปครั้งนั้น..ข้าจึงอยากจะตอบแทนพระคุณ ของท่านที่เมตตาช่วยเหลือ..จึงแปลงร่างมา…เพราะอยากจะรับใช้เพื่อตอบแทนบุญคุณของท่าน..”

และนางยังบอกเขาทั้งน้ำตาอีกว่า ” แต่เมื่อท่านได้ เห็นร่างที่แท้จริงของข้าแล้ว…ฮื่อๆๆ..ข้าก็ไม่สามารถที่ จะอยู่กับท่านต่อไปได้อีก ..ข้าจะต้องจากไปเพราะมันเป็นกฏข้อห้ามที่สำคัญ…” ชายหนุ่มรีบบอกและอ้อน วอนนางว่า ” อภัยให้ข้าเถิด..ข้าผิดไปแล้วและอย่าจากข้าไปไหนเลย..นางจะเป็นอย่างไรก็ได้..แต่อย่าจากข้า ไปเลย..” แต่นางก็ได้แต่สั่นหน้าและก้มหน้าลงต่ำอย่างเศร้าหมองร้องให้อยู่อย่างนั้น

” ขอให้ท่านจงมีแต่ความสุข ข้าจำต้องขอลา ลาก่อน…ฮื่อๆๆ ” เมื่อนางพูดลาชายหนุ่มจบแล้ว หญิงสาวก็เดินออกไป พอร่างของนางออกมาพ้นประตู ก็ค่อยๆ กลับร่างเป็นนกกระเรียง สีขาวอีกครั้ง แล้วทยาน บินขึ้นสู่ท้องฟ้า บินสูงขึ้น สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ชายหนุ่มนั้นก็รีบวิ่งตามนางออกมา แล้วชายหนุ่ม เห็นนกกระเรียงตัวนั้นกำลังบินอยู่บนท้องฟ้า เขาตะโกนจนสุดเสียงว่า “…ข้าไม่ดีเอง ข้าผิดไปแล้ว ได้ โปรดอย่าจาก ข้าไปเลย..” แต่ไม่ว่าชายหนุ่มจะร่ำให้ คร่ำครวญ และตะโกนร้องเรียกอย่างไร นกกระเรียง ขาวตัวนั้น ก็ไม่มีท่าทีที่จะหันกลับมามองชายหนุ่มผู้เป็นสามีอีกเลย… ยังคงบิน สูงขึ้นๆ และกระพือปีก เป็นครั้งสุดท้าย เหมือนจะกล่าวลาเขา…และลาจากการเป็นมนุษย์….แล้วบินหายลับ….. ไปจากท้องฟ้า ในที่สุด……..
—————————————อวสาน————————————–