Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

..อิ่มอุ่น..

scontentpic2046.jpg

อุ่นใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม
อุ่นอกอ้อมแขนอ้อมกอดแม่ตระกอง
รักเจ้าจึงปลูก รักลูกแม่ย่อมห่วงใย
ไม่อยากจากไปไกล แม้เพียงครึ่งวัน
ให้กายเราใกล้กัน ให้ดวงตาใกล้ตา
ให้ดวงใจเราสองเชื่อมโยงผูกพัน

อิ่มใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม
อิ่มอกอิ่มใจ อิ่มรักลูกหลับนอน
น้ำนมจากอก อาหารของความอาทร
แม่พร่ำเตือนพร่ำสอน สอนสั่ง
ให้เจ้าเป็นเด็กดี ให้เจ้ามีพลัง
ให้เจ้าเป็นความหวังของแม่ต่อไป

ใช่เพียงอิ่มท้อง
ที่ลูกร่ำร้องเพราะต้องการไออุ่น
อุ่นไอรัก อุ่นละมุน
ขอน้ำนมอุ่นจากอกให้ลูกดื่มกิน

*********************************
ต้อนรับเทศกาลวันแม่ นะคะ อยากบอกกับแม่ว่า ” รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ”

นู๋รักแม่ กับ พ่อ มากนะคะ บางครั้ง นู๋อาจจะละเลยความรู้สึกของ ทั้ง 2 ท่านไป แต่ลึกๆ ในใจ นู๋ยังเหมือนเดิม ค่ะ รักและเป็นห่วงเสมอ สักวันนู๋จะกลับไปอยู่ดูแล แม่กับพ่อ (อย่างถาวร) นะคะ นู๋เหนื่อยมากทุกวันนี้ แต่นู๋ก็มีกำลังใจที่ แม่กับพ่อคอยส่งมาให้อย่างไม่ขาด และไม่คิดที่จะหยุดส่ง เลยสักครั้ง แม่จ๋า แม่ดูแลตัวเองดีๆ นะคะ นู๋จะอดทนให้ถึงที่สุดค่ะ นู๋ทำได้ นู๋เก่ง (แม่เคยบอกนู๋) ขอบคุณค่ะแม่ ที่เชื่อมั่นในตัวนู๋มาตลอด ขอให้แม่รักษาสุขภาพให้แข็งแรงนะคะ อย่าลืมหาหมอตามกำหนดด้วย แล้วยาก็อย่าลืมกินยานะคะ (พ่อด้วยนะ) ต่อไปนู๋คงมีโอกาสได้กลับบ้านบ่อยขึ้นแล้วล่ะค่ะ นู๋จะทำให้แม่มีความสุขที่สุดนะ รักสาวแม่ที่สุดเลยค่ะ…แม่จ๋า นู๋อยากกอดแม่ที่สุดเลย ตอนนี้ แม่อยู่กับนู๋นานๆ นะคะ ไม่มีใครรักนู๋มากเท่าแม่ของนู๋อีกแล้ว นู๋รู้ค่ะ

รักแม่หนาม ที่สุดค่ะ

อ่อ.

รักพ่อดิษฐ์ ด้วยค่ะ (เด๋วน้อยใจอีก)

..คนล่าฝัน..

untitled.jpg
“..แสงตะวันเพิ่งจะโผ่ลพ้นขอบฟ้า
มีเวลาให้คนเราอีกมากมาย
พาชีวิตก้าวไปสู่ยังจุดหมาย
ถึงเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายก็น่าลอง

มองดูฟ้า ฝูงนกกาเที่ยวหากิน
ไปยังถิ่นแดนไกลสุดสายตา
เหมือนย้ำเตือนว่าชีวิตล้วนเกิดมา
แสวงหาต่อสู้และดิ้นรน

โอ้ชีวิตมีอะไรตั้งเยอะแยะ
มีเกิดแก่เจ็บตายคล้ายๆ กัน
แต่สิ่งที่มีไม่เหมือนคือความฝัน
อยู่ที่ใครจะล่ามันให้อยู่มือ

คนเป็นคนย่อมปะปนด้วยชั่วดี
ในศักดิ์ศรีมีทั้งจนและร่ำรวย
มีความรักเป็นเรื่องราวอันสดสวย
ความผิดหวังเป็นแค่เรื่องธรรมดา

ฟ้าเบื้องบนน้ำเบื้องล่างดินขวางหน้า
ข้ามไปเถิดไขว่คว้าความใฝ่ฝัน
มีชีวิตเกิดมาแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
อย่าปล่อยมันซังกะตายไปวันๆ

แผ่นฟ้ากว้าง เขาสูงใหญ่ยังเคยข้าม
ฝันงดงามถามหน่อยเคยข้ามไหม
ไปยังฝั่งที่ตั้งฝันอันแสนไกล
แต่สุดท้ายก็ได้ฝันนั้นมาครอง

ลองดูเลยเกิดมาเป็นคนล่าฝัน
มีรางวัลฝันใฝ่ให้ใฝ่ฝัน
มีชีวิตเกิดมาแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
อย่าปล่อยมันซังกะตายไปวันๆ..”

.
.
::>ส่วนหนึ่งของในเนื้อร้อง<::

***********************************************************************
.
.
“คนล่าฝัน” อ่านดูแล้ว เป็นเนื้อร้องที่มีความหมายดีอีกเพลงหนึ่ง ซึ่งจัดว่า สร้างแรงบันดาลใจให้กล้าที่จะค้นหาตัวเอง ว่าอันที่จริงแล้ว เราตัองการอะไร และได้ทำในสิ่งที่วาดฝันไว้บ้างแล้วหรือยัง?”
.
ความแตกต่างระหว่าง “คนล่าฝัน กับ คนล่าฟัน”
จุดประสงค์ของคนล่าฝัน คือ ค้นหาตัวตนที่แท้จริงของตัวเรงเอง และลงมือปฎิบัติ (เก่ง ทฤษฎี+ปฎิบัติ)
-มีแนวคิดในรูปแบบของตัวเอง ยึดมั่นในอุดมการในรูปแบบเฉพาะ และก็สามารถปรับเปลี่ยนได้เสมอ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ มีความตั้งใจบ้างในบางครั้ง (ช่วงมีกำลังใจ) ตึงๆหย่อนๆ ไม่คงเส้นคงวา ดูเหมือนไม่ค่อยเต็มนะ ล้มแล้วลุกขึ้นด้วยความคิดของตนเอง ส่วนมาก กำลังใจที่ได้มา ก็จะมาจากคนรอบข้างและตัวของเราเอง เป็นที่ตั้ง.
.
จุดประสงค์ของคนล่าฟัน คือ ค้นหาไปเรื่อยๆ แล้วลงมือปฎิบัติ (เก่งปฎิบัติ)
- มีแนวคิด เสาะแสวงหาสิ่งใหม่ๆ เข้ามาเติมสีสันให้กับชีวิต เป้าหมายในชีวิตก็ไม่มีอะไรมาก แค่ทำแล้วสบายใจ ไม่แคร์ใคร ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร หาใหม่ก็ได้ (พวกนี้คิดว่าตัวเองมีดี) แนวโน้มในอนาคต คิดว่าสักวันต้องเจอดีแน่นอน เฮ้อ..น่าสงสารกลุ่มคนประเภทนี้จังเลย ที่ใช้ชีวิตอย่างไม่พอเพียง ฟุ่มเฟือยเป็นที่สุด.

ขอได้ไหม?

อย่าพบกันเลย อย่าเห็นกันเลย
อย่าทำให้ใจวุ่นวาย
อย่าใช้แววตา ที่เธอเคยมอง
มันทำให้ใจต้องแพ้มา
เคยยินยอมให้เธอกี่ครั้ง
ทั้งๆที่ใจอ่อนล้า
ก็เพราะฉันรักถึงยอมทนมา
ไม่อยากให้เธอต้องทิ้งไป

แต่หัวใจคน เมื่อถึงเวลา
ก็คงต้องยอมเสียใจ
ปวดร้าวมานาน
เมื่อเธอมีใคร
ไม่เคยจะพอสักที
รักทั้งรักฉันคงต้องฝืน
และขอไกลกันจากนี้
ขอสักครั้งถ้าใจเธอดี
ก็ควรจะปล่อยให้ฉันไป

ได้ไหม ให้ฉันไปจากตรงนี้
ฉันขอจากไปด้วยดี
เธออย่าทำยังรักยังแคร์
ได้ไหม ฉันรู้ตัวว่าอ่อนแอ
มันกลัวต้องยอมต้องแพ้
และไม่พ้นเสียใจอย่างเคย
หากว่าเธอจะยังสงสารกัน
ก็อย่ามาใกล้กัน พบกันเลย

ไม่อยากโกรธเกลียดตัวเอง
เมื่อเห็นแววตาเธออีก
อยากจะขังเธอไป
ให้ลึกลงไป จากใจที่ยังรักเธอ

g.jpg

เนื้อความ ความรัก..กับ ความผูกพัน

หน้าตาคล้ายกัน .. เหมือนซ้าย-ขวา

แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ …

รู้สึกว่า .. คิดถึง .. แล้วมาหา คือ …. รัก

รู้สึกว่า .. เคยมาหา .. เลยมาหา คือ .. ผูกพัน

รู้สึกว่า .. หิว … แต่อยากรอ คือ .. รัก

รู้สึกว่า .. อิ่มแล้ว .. อยากเอามาฝาก คือ .. ผูกพัน

รู้สึกว่า .. อยากให้เวลากันและกัน คือ ….. รัก

รู้สึกว่า .. อยากใช้เวลาด้วยกัน คือ .. ผูกพัน

รู้สึกว่า .. หงุดหงิดคือทำให้อีกคนไม่สบายใจ คือ .. รัก

รู้สึกว่า .. โกรธคือทำให้อีกคนสำนึกบ้าง คือ .. ผูกพัน

รู้สึกว่า …. ไม่มีนาทีไหนไม่คิดถึง คือ .. รัก

รู้สึกว่า .. นาทีไหนที่ว่างจะคิดถึง คือ …. ผูกพัน

ขอบคุณเหลือเกิน …. ความผูกพัน .. ที่ทำให้รัก

ขอบคุณเหลือเกิน .. รักที่เป็นมากกว่า .. ความผูกพัน

———————————————————–
… เคยไหมรักใครคนหนึ่ง ด้วยความรู้สึกว่า ….

เคยผูกพันเหมือนเคยรักกัน แล้วพลัดพราก

ต้องมาตามหากันเป็นแรมปี

ถ้าเคยรู้สึกอย่างนี้

ยามที่มองแววตาใครคนนั้น

แล้วรู้สึกอยากอยู่ข้าง ๆ

เพื่อคอยกางแขนปกป้องและดูแลไปตลอดชีวิต

ความรู้สึกนั้น .. เรียกว่า รักและผูกพัน

ความรู้สึกที่ .. มิอาจพรากจากกัน ได้อีก

แม้เพียงหนึ่งเสี้ยววินาที

******************************************************************

เงียบ…แต่ไม่เหงา

pic_afterwork.jpg

ท่ามกลางความอึกทึกครึกโครมของชีวิตในเมือง เสียงอาจเป็นสิ่งทำร้ายผู้คนทั้งทางกายและทางใจ แต่การแสวงหาความเงียบและตระหนักถึงความงาม ไม่ใช่เป็นเพียงการถนอมสุขภาพกาย ทว่ารวมถึงการรักษาใจให้อยู่สุขอย่างสงบด้วย

“คนส่วนใหญ่นึกว่าเราจะต้องพูดเพื่ออธิบาย ต้องพูดเพื่อให้คนอื่นเข้าใจ แต่ความเงียบสามารถสื่อสารได้ดีกว่าคำพูดด้วยซ้ำไป”

………………………

กรุงเทพมหานครเป็นเมืองใหญ่อีกเมืองหนึ่งที่ชีวิตผู้คนถูกอัดกระหน่ำด้วยเสียงจากรอบด้าน เสียงเครื่องยนต์จากท้องถนน เสียงเครื่องจักรทำงานก่อสร้าง มีทุกตรอกซอกซอย จนถึงเสียงจากจอภาพทีวี ที่ไล่ตามไปหลอกหลอนผู้คนตามป้ายรถเมล์ ทั้งเพื่อแข่งขันกันขายสินค้าและกระหน่ำข่าวสารอันท่วมทะลักทะล้น บางครั้งการอยู่ในที่พำนักอย่างเช่นคอนโดมิเนียม ก็ยังหนีไม่พ้นเสียงอันเสียดแทงเหล่านั้น

“นอกจากเสียงรบกวน ที่กลายเป็นสิ่งทำร้ายจิตใจร่างกายแล้ว มันยังเป็นสภาวะอำนาจที่คุกคามประชาชนแบบที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไรด้วย มันเป็นสภาวะที่เราไม่อาจป้องกันตัวเองได้เลย”

‘เสียง’ ทำร้าย

เสียงที่ ‘ดังเกินไป’ ทำร้ายร่างกายโดยตรงแน่นอน องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ชี้ถึงภัยของเสียงที่ชัดเจน ได้แก่ ความเจ็บปวดและอวัยวะรับเสียงเกิดความเหนื่อยล้า การสูญเสียการได้ยินตั้งแต่ระดับชั่วคราว จนถึงขั้นหูตึงและหูหนวก อารมณ์หงุดหงิดรำคาญ ผลกระทบต่อพฤติกรรมการแสดงออก อาทิเช่น คนได้รับเสียงดังมากๆ จะกลายเป็นคนก้าวร้าว ต่อต้านสังคมและจิตใจหยาบกระด้าง การสื่อสารไม่ดีอันเนื่องมาจากการได้ยินไม่ดีนั่นเอง หรือ เกิดภาวะนอนไม่หลับซึ่งจะมีผลกระทบตามมาอีกมากมาย เพราะร่างกายไม่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ นอกจากนั้นเสียงดังยังมีผลกระทบถึงระดับฮอร์โมน ที่อาจทำให้ระบบการเผาผลาญอาหารและระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายบกพร่องได้ (ข้อมูลจาก www.euro.who.int/Noise)

เงียบ…ใช่ไร้เสียง

ความเงียบ อาจมิใช่ภาวะไร้เสียงโดยสิ้นเชิง แต่การมีเสียงในปริมาณที่เป็นมิตรกับผู้คน ยกตัวอย่าง ‘เสียงตะโกน’ ที่ดังในระดับเดียวกัน หากเสียงตะโกนเป็นคำชม ความรื่นรมย์ย่อมเกิด แต่หากเสียงนั้นเป็นคำด่า แม้จะระดับความดังจะน้อยกว่า แต่มีผลทำร้ายรุนแรงมากกว่านักในด้านสุขภาพใจก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม “คำว่าความเงียบในที่นี้ เงียบจริงๆ ไม่มี เงียบที่เราพูดถึงคือ ช่วงจังหวะระหว่างเสียงที่ดังสองเสียง ระหว่างเสียงที่รบกวนสองเสียง แต่ในกรุงเทพฯ ตอนนี้เราแทบไม่มีช่วงจังหวะนั้น เสียงที่หนวกหูมันมาตลอดเวลา ความเงียบสงบที่เรากำลังหาอยู่คือจังหวะนั้นหล่ะ เราไม่ได้ต้องการเงียบแบบ dead silence เพราะแท้จริง ต่อให้เราเข้าไปในห้องที่ถูกทำให้มันเงียบสนิทนั้น พอคุณเข้าไป คุณจะได้ยินเสียงหัวใจคุณเต้น เราจะยังได้เสียงร่างกายของเราทำงาน โลกนี้มันมีเสียง แต่ถ้ามันเป็นเสียงธรรมชาติ มันสามารถอยู่กับความเงียบสงบที่เราพูดถึง ไม่ว่าจะเป็น เสียงลม เสียงนก เสียงทะเล เสียงน้ำ ฉะนั้น เงียบของเราจึงหมายถึง เงียบจากเสียงรบกวน ถ้าเสียงดังมากๆ เมื่อหูเรารู้สึกรับไม่ได้ เราจะเริ่มหงุดหงิดล่ะ

ความสงบจากเสียงรบกวน มันทำให้เราสงบ มีสติและมี awareness ในสิ่งที่กำลังทำ ขอเปรียบเทียบความเงียบเป็นบ่อน้ำนิ่ง ที่จะเป็นเสมือนกระจกสะท้อนให้เราเห็นตัวเอง หรือเวลาเราอยู่เงียบ เราสามารถจะได้ยินเสียงตัวเองพูดด้วยซ้ำไป ซึ่งตรงนี้สำคัญมาก ที่เราจะมีโอกาสนั่งพิจารณาในสิ่งที่เราทำและพูด เราเห็นตัวเอง การรู้จักเข้าใจสิ่งที่เราทำ และได้พิจารณาตัวเอง ไม่ใช่การรู้จักว่าเราคนดี-คนเลว รวยหรือจน แต่ต้องรู้จักเกี่ยวกับตัวเรา คือรู้จักประมาณตน

******************************************************************

ที่มา : ข้อมูลเผยแพร่โดย ชมรมหรี่เสียงกรุงเทพฯ และ http://news.bbc.co.uk/

Blue Flowers.

เดินชนคนแปลกหน้า ฉันเอ่ยขอโทษไม่ตั้งใจ

เขากลับตอบ “ขออภัย ผมเองไม่ทันเห็นคุณ”

เราต่างสุภาพ ถ้อยทีถ้อยอาศัย แสดงน้ำใจแม้ไม่รู้จักกัน

แต่ที่บ้านเย็นวันนั้น ฉันทำอาหารอยู่ในครัว

ลูกสาวตัวน้อยแอบมายืนข้างหลัง ไม่ทันระวังฉันหันกลับมาชน

เธอล้มลง “อย่ามายืนเกะกะ” ฉันดุใส่

ลูกสาวเดินจากไป หัวใจเธอปวดร้าว

คืนนั้นฉันได้ยินเสียงกระซิบจากเบื้องลึกของหัวใจ

“กับคนแปลกหน้าเจ้าสุภาพได้ กับลูกรักชิดใกล้ ทำไมทำได้ลงคอ

ดูที่พื้นครัวสิ ดอกไม้หลากสีที่ลูกอุตส่าห์เก็บมาหวังให้เจ้าแปลกใจ

ตกเกลื่อนอยู่ทั่วไป น้ำตาเธอไหล เหตุใดไม่แลเห็น”

ฉันเพิ่งรู้ตัว เลยค่อยๆ ย่องเข้าไปนั่งคุกเข่าข้างเตียงลูก

“ตื่นเถิดคนดี ดอกไม้นี่ลูกเก็บมาให้แม่หรือ”

ลูกตอบ “ใช่ค่ะ หนูเห็นดอกไม้บานสวยงามเหมือนคุณแม่

รู้ว่าคุณแม่ต้องชอบ โดยเฉพาะดอกสีน้ำเงิน”

ฉันตื้นตันใจนัก “ลูกรัก แม่ขอโทษจริงๆ ที่เอ็ดหนู”

“แม่จ๋า ไม่เป็นไรหรอกค่ะ หนูรักแม่”

“แม่ก็รักลูก แม่ชอบดอกไม้ของหนูมาก โดยเฉพาะสีน้ำเงินจ้ะ”
^
^
^
*** ถอดความจาก เรื่อง “Blue Flowers” ***
^
^
^
หากเราตายจากไปในวันพรุ่งนี้ อีกไม่กี่วันนายจ้างก็หาคนใหม่มาทำแทนได้

แต่ครอบครัวที่อยู่ข้างหลังอาจโศกเศร้าไปชั่วชีวิต ลองคิดดูว่าคุ้มไหม

หากเราจะทุ่มเทตัวเองให้กับงานมากกว่าครอบครัว

รู้ไหมคำว่า FAMILY ย่อมาจาก

(F)ATHER (A)ND (M)OTHER (I) (L)OVE (Y)OU.

ให้เวลากับพ่อ-แม่ของคุณมากขึ้นยามท่านแก่ตัวลง

รู้จักแบ่งเวลาให้กับงานและคนที่บ้านให้สมดุลกัน

หากมีใครมาบอกให้จัดความสำคัญเสียใหม่

จงย้อนถามกลับไปว่าครอบครัวสำคัญน้อยกว่าหรือไร?

…………………………………………………………..

” รออะไร…? ”

กี่ครั้งเรา เดินไป ไม่ถึงฝัน
และบ่นกัน ว่าท้อ รอไม่ไหว
ระยะทาง ข้างหน้า ล้าเกินไป
บ้างก็อ้าง ทำไม่ได้ ไกลเหลือเกิน..

**.. มักจะลืม สัญญาเก่า เคยเล่าขาน
เพียงสาบาน พูดพล่อยพล่อย พลอยผิวเผิน
และจบลง ที่ต่าง อ้างบังเอิญ
เลือกทางเดิน สายใหม่ ที่ใกล้ลง..

**.. อยากถามเธอ มุมานะ อะไรบ้าง
คิดจะสร้าง สิ่งฝัน มั่นประสงค์
อย่าก้ำกึ่ง มัวที่จะ คอยพะวง
หรือลุ่มหลง เรื่องหลาย ตามรายทาง..

**.. ตลอดทาง เส้นยาว อาจหนาวร้อน
ซึ่งแน่นอน อุปสรรค มักขัดขวาง
แม้พายุ โหมซัด แทบอับปาง
จงมองอย่าง ความช้ำ ย่อมธรรมดา..

**.. แม้นไม่ถึง ปลายฝั่ง ครั้งวาดฝัน
ก็สุขสันต์ กับชีวี อันมีค่า
ความสำเร็จ ใช่อยู่ที่ มีเงินตรา
อยู่ที่ว่า ทำเต็มที่ ดีหรือยัง..

โอ้…ชีวิต

seapostcard.gif

ชั่วขณะหนึ่งแล้วล่ะที่ฉันกำลังตามหาบางสิ่งผ่านความมืดมิดอย่างโดดเดี่ยว
จากร่องรอยของความรักที่คุณทิ้งไว้ในหัวใจที่เดียวดายของฉัน
เพื่อที่จะถักทอชิ้นส่วนที่เหลืออยู่นั้นมาต่อเข้าด้วยกัน
ท่วงทำนองของชีวิต…รักที่ต้องสูญเสียไปอย่างไม่มีวันฉุดรั้ง

เส้นทางของเราที่เขาเหล่านั้นก้าวข้ามไป แม้ว่าฉันจะไม่สามารถบอกได้ว่าทำไม
เราเคยได้พบ เราเคยหัวเราะ ได้คุ้นเคยกันอย่างรวดเร็วและจากนั้นเราก็ต้องกล่าวคำลา
แล้วใครเล่า จะได้ยินเสียงสะท้อนของเรื่องราวที่ไม่เคยบอกใครมาก่อน
ปล่อยให้พวกเขาส่งเสียงดังไปก่อน จนกว่าพวกเขาจะได้ค้นพบมันเอง
ในส่วนของความทรงจำที่ฉันรักมากที่สุด ฉันก็มองเห็นคุณนั้นเข้ามาหาฉัน
และถึงแม้ว่าคุณเดินจากไปแล้ว ฉันก็ยังเชื่อว่าคุณนั้นยังจำชื่อฉันได้อยู่

เสียงเพรียกหาจากอดีต มันเชื่อมเราสองเข้าไว้ด้วยกัน
และยิ่งประสานกลมกลืนให้มันเข้าไว้ด้วยกันไพเราะมากขึ้นไปอีก
มันยิ่งเพิ่มมากขึ้นทุกที…และทุกที…
โอ้…ชีวิต
สู่สุดของฟ้าที่ปีกนกจะบินไปถึง…ตลอดไปและจนชั่วกัลปาวสาน…

สุดไกลแสนไกลและเห็นนกบินขึ้นไปไกลโพ้นผ่าน
จนค่อยๆ กลืนหายเข้าไปใต้เงาของหมู่เมฆในท้องฟ้า
ฉันวางความทรงจำและความฝันของฉันให้ล่องลอยไปกับปีกนั้น
ปล่อยมันไปแล้วคอยดูว่า พรุ่งนี้จะมีอะไรเปลี่ยนแปลง

แล้วในส่วนของความทรงจำที่คุณรักมากที่สุดล่ะ คุณจำความรักของฉันได้หรือปล่าว?
มันเป็นชะตาฟ้าใช่ไหมที่นำเราใกล้ชิดกัน และตอนนี้ฉันกลับถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ถ้าหากฉันจะทิ้งโลกอันโดดเดี่ยวและอ้างว้าง เอาไว้เบื้องหลัง
เสียงของคุณก็ยังคงจดจำ ท่วงทำนองของเราได้อยู่
ตอนนี้ฉันรู้ว่า เราจะยังคงเก็บมันไว้ได้
โอ้…ชีวิต
เข้ามาเป็นวงกลมหมุนวน และหยั่งลึกลงอยู่ในหัวใจของเรา
ตราบนานเท่านานที่เรายังคงจำมันได้อยู่.

นกกระเรียง (ตอนจบ)

tsuru131.jpg

“…มีข้อแม้ว่า ในขณะที่ข้า ทอผ้าอยู่…ท่านจะต้องสัญญาว่า..จะไม่เปิดประตู เข้าไปดูข้างใน อย่างเด็จขาด…” หญิงสาวคาดคั้น ชายหนุ่มให้สัญญา แล้วก็เดินเข้าห้อง ปิดประตู เงียบหายไปสักพัก ก็มีเสียงของกี่ทอผ้า.. ดัง..กะตั้ง…ปัตตั้ง…กะตั้ง..ปัดตั้ง…ก้องเป็นระยะออกมาจากห้อง เสียงกี่ทอผ้า จะดัง อยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ เช้าจนเย็น เสียงจะดัง.ก้องเป็นจังหวะ สม่ำเสมอ…กะตั้ง..ปัตตั้ง..กะตั้ง..ปัตตั้ง…กะตั้ง… ปัตตั้ง……อยู่อย่าง นั้น วันแล้ววันเล่า

tsuru14.jpg

และแล้วสามวันต่อมา….เสียงกี่ทอผ้าก็เงียบลง..หญิงสาวเปิดประตูเดินออกมา ในมือถือผ้าที่ทอเสร็จแล้ว.. ท่าทางนางดูจะเหมือนอ่อนเพลียมาก ชายหนุ่มจึงทักนางว่า”..เจ้าคงเหนื่อยมาก..” หญิงสาวสั่นหน้าแล้วยิ้ม ให้กับชายหนุ่มผู้เป็นสามี “..เอาผ้านี่ไปขายในเมือง นะ ข้าคิดว่าคงจะขายได้ราคางามสมใจเจ้า..” ชายหนุ่ม มองผ้าที่นางส่งให้ มันสวยงามมาก สวยอย่างชนิดที่ไม่มีที่ติตรงไหนเลย ชายหนุ่มตะลึงตะลานกับความ สวยงามของผ้าผืนนั้นปากก็พร่ำบอกขอบคุณนางอยู่ตลอดเวลา .. แล้วชายหนุ่มจึงรีบออกเดินทางไปขายผ้า ผืนนั้นในเมืองทันที

tsuru15.jpg

เมื่อชายหนุ่มเดินทางมาถึงในเมืองแล้ว..ก็รีบนำผ้าผืนนั้นออกมาวาง เพื่อเตรียมที่จะขาย..มีผู้คนมากมาย เข้ามารุมดูผ้าผืนนั้น ชายหนุ่มจึงร้องบอกขายผ้าผืนนั้นทันที ” ผ้าที่ทอขึ้นอย่างประณีตสวยงาม…มีใคร ต้องการบ้าง ” แล้วก็เป็นการบังเอิญ อย่างที่สุดเพราะวันนั้น เป็นวันที่ มีญาติของโตโน่ท่านหนึ่งเดินทาง ผ่านมาทางนั้นเข้าพอดี… และก็เป็นการบังเอิญหรือจะเรียกว่าโชคดีอย่างที่สุดของชายหนุ่มก็เป็นได้..เมื่อ ญาติของโตโน่ท่านนั้นมองไปเห็นผ้าผืนนั้นเข้า..ก็ให้เป็นถูกอกถูกใจในความสวยงามของผ้าอย่างสุดที่ จะระงับ ” ตั้งแต่ข้าเกิดมา ยังไม่เคยเห็นผ้าผืนไหนสวยงามถูกใจอย่างนี้มาก่อนเลย” ว่าแล้วเขา..ก็ควักเงิน ให้กับชายหนุ่มมากมาย เพื่อซื้อผ้า ผืนนั้น.. และก่อนจากไปเขายังหันมาพูดกับชายหนุ่มว่า “ถ้าท่านมีผ้าแบบ นี้อีก เอามาขายให้ข้านะอย่าลืม ข้าจะสมนาคุณและให้เงินมากกว่าที่ให้วันนี้อีกเท่าหนึ่ง.. จำไว้นะ มีเมื่อไหร่ เอามาขายให้ข้าอีก”

tsuru16.jpg

ชายหนุ่มให้เป็นแสนจะดีใจ ที่ได้เงินมามากอย่างไม่เคยคาดคิดมาก่อนเช่นนั้น จึงรีบเอาเงินที่ได้รับนั้นไปซื้อ สะเบียงอาหาร และของฝากมากมายกลับมาบ้าน…เมื่อมาถึงบ้านชายหนุ่มก็รีบเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใน เมืองและไม่ลืมเล่าเรื่องที่ตนโชคดี ได้พบกับญาติของโตโน่เข้าอย่างบังเอิญ…และได้ขายผ้าผืนนั้นไปได้เงิน มากมาย …ชายหนุ่มเห็นว่าผ้านั้นขายได้ราคาดีจริง ๆก็เกิดความโลภ

tsuru17.jpg

และกล่าวขอร้องกับนางว่า “….ญาติของ โตโน่ท่านนั้นท่านถูกใจผ้าที่เจ้าทอมาก….อยากได้อีกเจ้าช่วยทอให้ท่านอีกสักผืน สิ”…..หญิงสาวทนคำอ้อนวอน ของสามี ไม่ได้ ก็จำใจเดินระทวย เข้าไปทอผ้าให้ ตามคำขอร้องของสามีสุดที่รักอีกครั้ง และนางก็ยังหันมา คาดคั้นสั่งกับชายหนุ่มเหมือนกับกลัวเขาลืมอีกว่า ” ท่านอย่าลืมสัญญานะว่า..จะไม่เปิดประตูเข้าไปดูข้างใน อย่างเด็จขาด…”

tsuru_s18.jpg

แล้วเสียงกี่ทอผ้าก็ดัง …กะตั้ง..ปัตตั้ง…กะตั้ง..ปัตตั้ง ดังขึ้นมาอีกวาระ….จากนั้น อีกสามวันต่อมา พอเสียงกี่ กระตุกเงียบลงประตูก็ค่อยๆแง้มเปิดออก หญิงสาวดูร่างกายผอมทรุดโทรมลงไปจนแปลกตา นางเดินระทวย ถือผ้าที่ทอเสร็จออกมามอบให้กับชายหนุ่ม แต่ด้วยความดีใจที่เห็นผ้าและคิดถึงแต่รางวัลที่จะได้รับอย่างเดียวนั้น ชายหนุ่มจึงมิได้ เห็นความทรุดโทรมจนผิดสังเกตของหญิงสาวผู้เป็นภรรยา เขารีบตาลีตาเลือก ฉวยผ้าจาก นางแล้วรีบออกเดินทางไปขายผ้าทันที ญาติของโตโน่เห็นชายหนุ่ม ดั้นด้นเอาผ้ามาให้ ก็ดีอก ดีใจเป็นอย่างมากพร่ำพูดชมแต่ความสวยงาม ของผ้าไม่ขาดปาก…”ทำไมมันถึงได้ สวยงามจนไม่มีที่ติทุกผืน แบบนี้ จะหาที่เปรียบเสมือนไม่มีอีก แล้ว”…

tsuru_s17.jpg

และได้สมนาคุณ มอบเงินให้ชายหนุ่มมากกว่าคราวที่แล้วหลาย เท่าตัวเมื่อชายหนุ่มได้เงินแล้ว และกำลังจะลากลับญาติของโตโน่ก็พูดขึ้นอีกว่า”..ถ้าท่านยังมีทางที่จะหาผ้า อย่างนี้มาได้อีก ก็นึกถึงข้านะ ข้าจะรับซื้อเองทั้งหมด หามาให้ข้าอีก สิ….” ชายหนุ่มยิ่งคิดโลภ เขาจึงรับปาก ออกไปว่า”..แล้วข้าจะรีบหาผ้าผืนไหม่ มาให้ท่าน…”ว่าแล้วก็อำลากลับเขาเดินนึกมาตลอดทางว่า…ถ้าขาย ได้ราคาดีอย่างนี้เรื่อยไปเขาจะต้องสุขสบายและรวยขึ้นมาอย่างแน่นอน

tsuru21.jpg

ชายหนุ่มขนเงินมากมายกลับมาบ้าน แต่เพราะความคิดโลภ ได้มามากแล้วก็อยากที่จะได้มากขึ้นไปอีก เขา จึงอ้อนวอนหญิงสาวอีกว่า”..ได้โปรดเถิด ขอข้าอีกครั้งเดียว ข้าให้สัญญากับญาติของโตโน่ไปแล้ว ว่าจะเอา ผ้าไปให้ ข้าขอเป็นครั้งสุดท้าย แล้วข้าจะไม่ขอให้เจ้าทอผ้าให้อีกต่อไป..” หญิงสาว นั้นนางร่างกายทรุดโทรม ลงมากจากการทอผ้าผืนที่สอง แต่นางก็ทนการขอร้องของสามีมิได้ นางนั่งคิด และสุดท้ายก็เอ่ยกับชายหนุ่ม ผู้เป็นสามีว่า “…ข้าจะขึ้นกี่ ถักผ้าให้กับท่านอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย แต่ท่านจะต้องตรงต่อคำสัญญาเหมือนกับทุกๆ ครั้งนะ คือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจะไม่เปิดประตูและเข้าไปดู ในขณะที่ข้าทอผ้าอยู่ เป็นอันขาด..” กล่าวแล้ว หญิงสาวก็เดินอย่างคนหมดแรง หายเข้าไปในห้อง

tsuru181.jpg

เสียง..กะตั้ง..ปัตตั้ง…กะตั้ง..ปัตตั้ง…ก็เริ่มดังขึ้นเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ เสียงกี่กระตุก ดังอย่าง อ่อนแรง เหมือนเศร้าโศรกไม่เหมือนกับทุกครั้งที่ได้ยิน ชายหนุ่มให้นึกเป็นห่วง และก็เริ่มคิดสงสัย ว่าทำไมนางจึง คอยห้ามไม่ให้เปิดประตูและดูนะ…และเมื่อ ความสงสัยบังเกิดขึ้น และพร้อมกับความเป็นห่วงหญิงสาวผู้เป็น ภรรยาก็บังเกิดขึ้นมาอีกด้วย เขานั่งฟังเสียกี่กระตุกที่ดังเศร้าศร้อยเหมือนระทมทุกข์นั้นอย่างทุรนทุราย…แล้ว เขาก็มาได้คิดขึ้นได้ว่า…เขาก็ได้เงินมามากแล้ว…และก็มีเงินมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากมาย…แล้วทำไมเข้าจึง จะคิดโลภอีกเล่า…แล้วอยู่ ๆเขาก็เกิดสังหรห์ใจอะไรบางอย่างขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล แล้วทันทีนั้นเขาก็ วิ่งไปที่ห้องที่นางอยู่นั้น…เขาตรงเข้าทุบประตูและตะโกนบอกกับนางว่า ” พอเถอะ…พอแล้ว..ไม่ต้องถัก ผ้าแล้ว…ได้โปรดเถิด ” แต่เสียงกี่กระตุกที่ดังอยู่ไม่ยอมหยุดนั้น…คงดังกลบเสียงของเขาเสียจนหมด

tsuru19.jpg

ไม่มีเสียงของหญิงสาวตอบรับออกมาเลย ยังคงมีแต่เสียงกี่นั้นกระตุกดัง..ปะตัง…ปะตัง…อยู่อย่างเดิม อย่างเดียว…ความรู้สึกเป็นห่วงนั้นทวีมากขึ้น ๆจนเขาสุดที่จะระงับใจไว้ได้ และลืมสัญญาที่ ให้ไว้กับ หญิงสาวเสียสนิท ชายหนุ่มค่อยๆแง้มเปิดประตูออกและ เข้าไปข้างใน แล้วชายหนุ่ม ก็ต้องชะงัก ตกใจ สุดขีดกับภาพที่เขาได้เห็น…เพราะข้างในห้องนั้นไม่มีหญิงสาว มีแต่นกกระเรียงสีขาวตัวหนึ่ง ร่างกายผอม มาก และขนตามปีกตามตัวแทบจะไม่มีตัวหนึ่ง กำลังนั่งกระชากกี่กระตุกไป และดึงขนจากปีกของตัวเอง ปักแซมเข้าไปกับตัวผ้าที่อยู่ในกี่นั้นอย่างขมักเขม่น…เขาถึงกับพูดขึ้นด้วยความตกใจว่า ” โอ้..นก… นกกระเรียง ”

tsuru20.jpg

เมื่อเสียงตกใจของชายหนุ่มดังขึ้น…เสียงกี่กระตุกก็หยุดลงอย่างกระทันหัน…

tsuru_s14.jpg

นกกระเรียงสีขาวตัวนั้น ก็ค่อย ๆกลับร่างขึ้นกลับมาเป็นหญิงสาวทันที…

tsuru_s21.jpg

นางลุกขึ้นเดินเข้ามาหาชายหนุ่มผู้สามี และร้องให้ คร่ำครวญสะอึก สะอื่นปานจะขาดใจบอกกับเขาว่า “..ฮื่อ ๆๆ..ข้าคือนกกระเรียงตัวที่โดนลูกธนูยิงและ ตกลงมาเอง ข้าได้ท่านช่วยเหลือไว้ ฮื่อๆๆ…จึงไม่ต้องตายไปครั้งนั้น..ข้าจึงอยากจะตอบแทนพระคุณ ของท่านที่เมตตาช่วยเหลือ..จึงแปลงร่างมา…เพราะอยากจะรับใช้เพื่อตอบแทนบุญคุณของท่าน..”

tsuru22.jpg

และนางยังบอกเขาทั้งน้ำตาอีกว่า ” แต่เมื่อท่านได้ เห็นร่างที่แท้จริงของข้าแล้ว…ฮื่อๆๆ..ข้าก็ไม่สามารถที่ จะอยู่กับท่านต่อไปได้อีก ..ข้าจะต้องจากไปเพราะมันเป็นกฏข้อห้ามที่สำคัญ…” ชายหนุ่มรีบบอกและอ้อน วอนนางว่า ” อภัยให้ข้าเถิด..ข้าผิดไปแล้วและอย่าจากข้าไปไหนเลย..นางจะเป็นอย่างไรก็ได้..แต่อย่าจากข้า ไปเลย..” แต่นางก็ได้แต่สั่นหน้าและก้มหน้าลงต่ำอย่างเศร้าหมองร้องให้อยู่อย่างนั้น

turu_ani1.gif

” ขอให้ท่านจงมีแต่ความสุข ข้าจำต้องขอลา ลาก่อน…ฮื่อๆๆ ” เมื่อนางพูดลาชายหนุ่มจบแล้ว หญิงสาวก็เดินออกไป พอร่างของนางออกมาพ้นประตู ก็ค่อยๆ กลับร่างเป็นนกกระเรียง สีขาวอีกครั้ง แล้วทยาน บินขึ้นสู่ท้องฟ้า บินสูงขึ้น สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ชายหนุ่มนั้นก็รีบวิ่งตามนางออกมา แล้วชายหนุ่ม เห็นนกกระเรียงตัวนั้นกำลังบินอยู่บนท้องฟ้า เขาตะโกนจนสุดเสียงว่า “…ข้าไม่ดีเอง ข้าผิดไปแล้ว ได้ โปรดอย่าจาก ข้าไปเลย..” แต่ไม่ว่าชายหนุ่มจะร่ำให้ คร่ำครวญ และตะโกนร้องเรียกอย่างไร นกกระเรียง ขาวตัวนั้น ก็ไม่มีท่าทีที่จะหันกลับมามองชายหนุ่มผู้เป็นสามีอีกเลย… ยังคงบิน สูงขึ้นๆ และกระพือปีก เป็นครั้งสุดท้าย เหมือนจะกล่าวลาเขา…และลาจากการเป็นมนุษย์….แล้วบินหายลับ….. ไปจากท้องฟ้า ในที่สุด……..

—————————————อวสาน————————————–

นกกระเรียง (ตอนที่ 1)

tsuru01.jpg

…นานมาแล้วมีชายหนุ่มผู้ยากจนผู้หนึ่ง อาศัยอยู่อย่างโดดเดี่ยวและเดียวดายตัวคนเดียวไม่มีพ่อแม่ และแม้แต่พี่น้องสักคนเดียวอยู่ ณ ที่บ้านกลางเขาแห่งหนึ่ง….ชายหนุ่มผู้นี้มีอาชีพตัดไม้และหาของ ป่า แล้วจะนำลงไปขายที่ในเมืองหาเลี้ยงตัวไปวันๆเรื่อยมา ชายหนุ่มผู้นี้นั้นถึงแม้ว่าเขาจะยากจน หาเช้ากินค่ำก็ตาม แต่เขาก็เป็นคนที่ขยันขันแข็งและเป็นคนดีมีเมตตามากคนหนึ่ง วันหนึ่งซึ่งเป็น กลางฤดูที่หนาวเย็น หิมะตกปกคลุมทั่วไปไม่มีของป่าที่จะหาเก็บและนำไปขายได้นั้นชายหนุ่มจะ ขึ้นมาบนเขาและหาตัดไม้เพื่อเก็บสะสมเอาไว้ วันนี้ก็เหมือนกันเขาขึ้นมาบนเขาและตั้งหน้าตั้งตา ตัดไม้อย่างขมักเขม่น ไม่ได้สนใจว่าจะมีหิมะตกจนท่วมเขาและเดินลำบากลำบนแค่ไหนก็ตาม

tsuru_s02.jpg

เขาหาตัดไม้ไปเรื่อย ๆจนมืดค่ำลงแล้ว จึงเดินลงเขามาเรื่อย ๆเพื่อที่จะกลับที่อยู่อาศัยของตน แล้วกลางทาง ขณะที่ชายหนุ่มกำลังเดินกลับที่อยู่ ๆนั้น…ก็มีอะไรบางอย่างเห็นเป็นสีขาว ๆ ลอยละลิ่วล่วงตกลงมา จากท้องฟ้าเบื้องบน ชายหนุ่มพยายามเพ่งมองก็เห็นเป็น นกกระเรียงสีขาว สวยงามมากตัวหนึ่งกำลังนอนดิ้น ทำท่าทางเหมือนกับจะปีกหักอะไรทำนองนั้น และนอนร้องอยู่เหมือนจะเจ็บและทรมานอย่างมาก เจ้านก กระเรียงนอนดิ้นรน ร้องขอความช่วยเหลืออยู่อย่างน่าเวทนา…” ทำไมอยู่ ๆก็บินตกลงมานะ ” ชาย หนุ่มรำพึงออกมาด้วยความสงสัย

tsuru02.jpg

เขาจึงรีบเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ จึงเห็นว่าที่ปีกของนกกระเรียงตัวนั้นมีลูกธนูอันใหญ่ปักอยู่ ” ใครกันนะที่ทำ แบบนี้ได้ น่าสงสารเจ้าเหลือเกิน โถ…คงจะเจ็บมากสินะ ” ชายหนุ่มให้นึกสงสาร เจ้านกกระเรียงขาวที่ โชคร้ายตัวนี้ขึ้นมาอย่างจับใจ…เขาเลยเข้าไปอุ้มเจ้านกกระเรียงตัวนั้นอย่างถนุถนอมเพื่อไม่ให้มันตกใจ ไปมากกว่านี้อีก แล้วจึงค่อย ๆดึงลูกธนูที่ติดอยู่ที่ปีกของมันออกให้

tsuru03.jpg

พอดึงลูกธนูออกแล้วชายหนุ่มก็จัดการล้างบาดแผลที่มีแต่คราบเลือดนั้นด้วยน้ำกินในกระบอกที่เขาพกติดตัว อยู่ เมื่อล้างแผลเสร็จแล้วเขาก็ฉีกชายเสื้อที่เขาสวมใส่อยู่นั้นมาพันรอยแผลให้…เจ้านกกระเรียงตัวนั้นมัน จ้องมองชายหนุ่มอยู่ตลอดเวลาที่เขาทำแผลให้มันเหมือนกัน เหมือนมันซึ้งในน้ำใจและขอบคุณเขา อย่างที่สุด…เมื่อทำแผลให้เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วชายหนุ่มก็พูดกับมันว่า ” ส่า…อีกสักพักเจ้าก็จะหายเป็น ปกติ…ไป..กลับไปที่ ๆของเจ้าได้แล้ว..แล้วก็ระวังตัวให้ดีอย่าให้ใครเขายิงเจ้าได้อีก รู้ไหม ? ”

tsuru04.jpg

แล้วเจ้านกกระเรียงขาวตัวนั้นก็กระพือปีก..พรึ่บๆๆๆ…แล้วส่งเสียงอันดังร้องขึ้นเหมือนมันดีใจก่อน ที่จะทยานบินขึ้นสู่ท้องฟ้าโผบินจากตรงนั้นไปอย่างเชื่องช้า จากตรงนั้นไปในทันที….ชายหนุ่มยืนมองนก กระเรียงขาวที่โผบินไปสู่อิสระได้อีกครั้งตัวนั้นอย่างนิ่งนาน

tsuru05.jpg

เขามองจนเจ้านกกระเรียงขาวตัวนั้นบิน จนหายลับไปจากสายตาของเขาเลยทีเดียว..เขานึก…ว่ามันคงจะดีใจที่ได้รอดชีวิตนะ…แล้วเขาก็ดีใจและ มีความสุขที่ได้ช่วยชีวิตของมันไว้…ขอให้เจ้าจงปลอดภัยเถิด…เขานึกอธิฐานให้มันแล้วเดินกลับที่อยู่อาศัย อันเปล่าเปลี่ยวและเดียวดายของตนไปเหมือนกัน

tsuru06.jpg

แล้วจากวันนั้นมาอีกหลายวันเหมือนกันของคืนวันหนึ่ง…มีเสียงเหมือนมีคนมาเคาะประตูกระท่อม ของชายหนุ่มอยู่….” กอ้ง ๆๆๆ” เมื่อชายหนุ่มลุกขึ้นไปเปิดประตูดูก็เห็นว่าได้มีหญิงสาวผู้ที่มีความ งดงามอย่างที่จะหาที่เสมอเหมือนแล้วมิได้นางหนึ่งยืนนิ่งสงบอยู่….ที่ตัวนางนั้นตั้งแต่หัวจรดเท้า และที่เสื้อผ้านั้นมีแต่หิมะปกคลุมเลอะเทอะจนเป็นสีขาวขาวโพลนไปหมดทั้งตัว นี่นางคงจะเดินฝ่า หิมะมาเป็นเวลานานมากอย่างแน่นอน…เขาคิด

tsuru08.jpg

ด้วยชายหนุ่มนั้นเป็นคนใจดีมีเมตตาอยู่ เขาจึงนึกสงสารนางที่ต้องยืนอยู่ท่ามกลางความหนาวเย็นแบบ นั้น จึงบอกกับนางว่า ” ข้างนอกน่ะหนาวมากนะ ก่อนอื่นถ้านางจะมีธุระอะไรก็เข้ามาข้างใน บ้านก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะไม่สบายไป..เชิญ ๆเข้ามาข้างในก่อนเถอะ..แล้วค่อยพูดถึงธุระของนางนะ ” หญิงสาวนางนั้นทำท่าทางเหมือนโล่งใจอะไรบางอย่าง…แล้วนางจึงเอ่ยกับชายหนุ่มเจ้าของบ้านว่า ” ข้าเดินหลงทางมาไกลเหลือเกิน ต้องเดินวกไปวนมาด้วยหาทางไม่ถูก คืนนี้ดึกมากแล้วอยากจะ ขอความกรุณาจากท่าน ขอให้ข้าได้ค้างที่นี่สักคืนด้วยเถิด ”

tsuru09.jpg

——————————————————————————–

tsuru_s08.jpg

ชายหนุ่มนิ่งฟังและพยักหน้ารับคำนางแล้วเขาจึงพานางเข้ามานั่งผิงไฟที่ก่อไว้อยู่ตรงกลางบ้านแล้วบอกกับ นางว่า “เชิญนางนั่งผิงไฟให้ร่างกายอุ่นเสียก่อน…ทำตัวให้สบาย ๆไม่ต้องเกรงใจข้าหรอก” หญิงสาว ยิ้มรับแล้วลงนั่งพร้อมกับมองไปรอบ ๆ นางเห็นสำรับอาหารที่ชายหนุ่มคงจะเตรียมไว้เพื่อจะกินมื้อนี้ ด้วยชายหนุ่มนั้นตัวคนเดียวและหมู่นี้เขาก็ไม่ได้เข้าไปในเมืองเพื่อหาซื้ออะไร อาหารที่เขาตั้งสำรับวาง ไว้นั้นจึงมีแต่ข้าวกับผักดองอย่างเดียวเท่านั้นเอง….แต่เขาก็ยังเชื้อเชิญให้นางกินอีกด้วย นางจึงบอก กับเขาว่า

tsuru_s09.jpg

” ข้ามีเสบียงอาหารพกติดตัวมาด้วย อนุญาติให้ข้าได้ทำอาหารให้ท่านเพื่อเป็นการตอบแทนด้วยเถิด ” แล้วนางก็ล้วงเอาห่อผ้าที่นางพกเสบียงอาหารติดตัวนั้นออกมาและจัดการทำอาหารให้ชายหนุ่มทันที แล้วนาง ยังเล่าเรื่องของนางให้ชายหนุ่มฟังอีกด้วยว่า นางนั้นพ่อแม่ได้ตายลงเสียหมดแล้ว ต้องอยู่ตัวคนเดียว และก่อนตายพ่อของนางได้บอกว่ามีเพื่อนคนรู้จักกันอาศัยอยู่ที่เมืองนี้ นางจึงดั้นด้นมาที่เมืองที่นาง ไม่เคยมาและรู้จักมาก่อน นางเลยต้องหลงทางแลัวเดินวกไปวนมาจนมาถึงบ้านของเขาอย่างที่เขาเห็น นี่แหละ

tsuru10.jpg

แต่ว่าแม้แต่จะเป็นวันรุ่งขึ้นและรุ่งขึ้นมาอีกวันแล้วก็ตาม หิมะก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกให้เลยสักนิดเดียว ยังคงตกหนักอยู่อย่างนั้นไม่ยอมหยุด…หญิงสาวและชายหนุ่มจึงออกไปไหนไม่ได้…หญิงสาวนางนั้น จึงหันมาปฏิบัติพัดวีชายหนุ่มให้โดยการทำอาหารที่มีเสบียงอยู่เหลือน้อยนิดนั้น แล้วนางยังเย็บปักถักร้อย เก่งเป็นเยี่ยมเลยทีเดียวอีกด้วย…นางขยันไม่ปล่อยเวลาให้ปล่าวประโยชน์เที่ยวตามเก็บเสื้อผ้าเก่า ๆของชาย หนุ่มมาปะและซ่อมให้…นางคงคิดตอบแทนที่ชายหนุ่มให้ที่พักหลบหิมะมาตั้งหลายวันนั่นเอง

tsuru11.jpg

แล้ววันนี้หิมะก็หยุดตกลงแล้ว ท้องฟ้าแจ่มใสพระอาทิตย์ได้เวลารีบออกมายื่นหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แต่ว่า หญิงสาวกำลังจะต้องจากไปชายหนุ่มรีบวิ่งตามนางไปและตรงเข้าจับมือนางไว้แล้วพูดบอกนางว่า ” ถ้านางยังไม่ตกลงปลงใจที่จะไปอยู่กับใครละก็…ได้โปรดอยู่ที่นี่กับข้าเถิด…ข้าอยากให้นางอยู่ที่นี่ตลอด ไป..นะ…อย่าจากข้าไปเลย ” แล้วจึงเป็นด้วยการนี้ทั้งสองเลยตกลงปลงใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันนับ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา…อย่างมีความสุข

tsuru12.jpg

อยู่มาวันหนึ่งหญิงสาวผู้เป็นภรรยาของชายหนุ่มแล้วนั้นได้ขอร้องให้เขาสร้างห้องเล็ก ๆให้ขึ้นที่ข้าง ๆบ้าน ” ข้าอยากจะทอผ้าเพื่อให้ท่านนำไปขายบางทีเราอาจโชคดีขายได้เงินมาซื้ออาหารดี ๆไว้กินบ้าง ” ชายหนุ่ม จึงรีบทำตามที่นางขอร้องคือสร้างห้องเล็ก ๆขึ้นให้นางห้องหนึ่ง….เมื่อสร้างห้องที่นางต้องการเสร็จแล้ว วันนี้นางจะเข้าไปทอผ้าชายหนุ่มรีบไปหาเศษไหมมาให้นางแต่ก่อนที่นางจะเข้าห้องไปนั้นนางได้ หันมาสั่งกับชายหนุ่มอย่างเอาจริงเอาจังว่า…

**โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ**

Older Posts »